Google ถือเป็นบริษัทล่าสุดที่ออกมาประกาศจุดยืนที่จะไม่ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลฮ่องกงในการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ โดยเข้าร่วมกับบริษัท Facebook และ Twitter เพื่อต่อต้าน “กฎหมายความมั่นคงใหม่” ที่ประกาศใช้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีของประชาชนในฮ่องกง ทั้งนี้ การต่อต้านอำนาจของประเทศจีนอย่างชัดเจนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเหล่านี้ ถือเป็นการกระทำที่มีให้เห็นไม่บ่อยนัก

“กฎหมายใหม่ที่บังคับใช้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เราจะไม่ส่งข้อมูลผู้ใช้ให้ทางการฮ่องกง และเราจะอ่านรายละเอียดของกฎหมายใหม่นี้ต่อไปให้ถี่ถ้วน” โฆษกของ Google กล่าว

เนื่องจากฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษ ภายใต้การควบคุมของประเทศจีน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งของฮ่องกงออกมาชุมนุมประท้วงในช่วงเดือนมีนาคม 2019 หลังมีการประกาศร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามพรมแดนไปจีน ส่งผลให้รัฐบาลต้องเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวออกไป และหลังจากนั้น 1 ปี รัฐบาลจีนก็ได้ประกาศร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2020 โดยกฎหมายใหม่ระบุให้ “การแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างอำนาจ การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติหรือกอลกำลังจากภายนอก” เป็นอาชญากรรม พร้อมกันนี้ ยังให้อำนาจทางการในการลบโพสต์ที่มีเนื้อหาต่อต้านรัฐบาลออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์อีกด้วย

อ่านต่อ

หมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวถึง การเดินทางเข้ามาของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ ว่า ศบค.ไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะเป็นการเดินทางเข้าประเทศด้วยเงื่อนไขพิเศษ กระบวนการป้องกันก็ยังคงมี

ซึ่งก่อนจะเดินทางเข้าประเทศก็ต้องมีการตรวจเชื้อให้ได้ผลลบก่อน และเมื่อเข้ามาแล้วก็ตรวจอีกครั้งให้ผลเป็นลบ อีกทั้งยังต้องจัดคนดูแล ห้ามไปในพื้นที่เสี่ยง และจัดขนส่งส่วนตัว ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เข้าใจดีและให้ความร่วมมือ ซึ่งกลุ่มที่เดินทางเข้ามาไม่ต้องกักตัว แต่เมื่อเดินทางกลับกลุ่มผู้แลจะมีการตรวจสอบเป็นระยะๆ

“ถ้ามาระยะสั้น แค่ 2-3 วัน จะให้ท่านกัก 14 วัน คงไม่ได้ จะเข้ามาในระบบระยะสั้นที่เรียกว่าฟาสต์แทร็ค ถ้าเสร็จภารกิจก็เดินทางกลับไปได้”

ส่วนกรณีคนไทยในประเทศอังกฤษ ที่ต้องการเดินทางกลับ หากมีเหตุผลจำเป็นเร่งด่วน เช่น มีการป่วยที่ต้องรับยา ทาง ศบค. จึงมีการวางแผนไว้ คือ แบบระยะสั้น ให้คนไทยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และจะหาช่องทางที่อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้กลับมาได้ก่อน ซึ่งจะมีการดำเนินการเร็วที่สุด ดังนั้นขอให้ติดต่อสถานทูตไว้ แต่เมื่อกลับมาถึงก็ต้องกักตัวในพื้นที่ที่รัฐจัดไว้ ส่วนคนที่ไม่เร่งด่วนก็เป็นไปตามคิว ซึ่งมีการจัดให้บินกลับ ในวันที่ 20 และ 26 กรกฎาคมนี้ เป็นการเหมาลำ

อ่านต่อ

แม่ใจสลาย นางพิลัยพร แสนศรีเชาว์พันธ์ อายุ 39 ปี ชาว ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน มารดาของ น.ส.อรจิรา แสนศรีเชาว์พันธ์ หรือ น้องอร อายุ 19 ปี ซึ่งได้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุ หลังมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้เพียง 2 วัน อาการโคม่า วอนคู่กรณีช่วยเหลือ

แม่ของน้องอร เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ขณะลูกสาวขี่จักรยานยนต์บนถนนเชียงใหม่-พร้าว ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ชนจนจักรยานยนต์ล้มและได้ถูกรถกระบะที่ขับตามมาอีกคันทับจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเทพปัญญา ก่อนถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงไปเกือบ 300,000 บาท ล่าสุดยังอยู่ในอาการโคม่า ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ในส่วนของคดีก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางคู่กรณีแต่อย่างใด ทำให้ทางญาติและผู้ปกครองต้องขอความเห็นใจและความช่วยเหลือ เนื่องจากครอบครัวก็มีฐานะยากจนจึงไม่รู้ว่าจะนำเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย

แม่น้องอร บอกว่า อุบัติเหตุทำให้ลูกสาวกระดูกหักและแตกหลายจุด ทั้งบริเวณต้นคอและสันหลัง รวมไปถึงช่วงล่างของน้องตอนนี้ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย โดยขณะนี้น้องฟื้นแล้วแต่ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพปัญญา ซึ่งขณะนั้นได้เข้ารักษาตัวแบบฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง มีค่ารักษาและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 200,000 กว่าบาท ซึ่งตนกับครอบครัวได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลเนื่องจากมีฐานะยากจนไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่ารักษาได้ทันที จึงได้มีการส่งตัวน้องเพื่อย้ายมาโรงพยาบาลของรัฐ และใช้สิทธิ์บัตรทอง

อ่านต่อ

เริ่มกันที่ข่าวแรก สถานการณ์ น้ำท่วมหนัก และอุทกภัยทางภูมิภาคคิวชูของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดคุมาโมโตะ คาโกชิมะ และมิยาซากิ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ส่งผลให้แม่น้ำคุมะ ในจังหวัดคุมาโมโตะ เอ่อล้นตลิ่ง ทำให้เกิด น้ำท่วมหนัก ฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ เส้นทางรถไฟและรถประจำทางหลายเส้นทางต้องหยุดวิ่งชั่วคราว จนกระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ต้องประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด พร้อมทั้งขอให้ประชาชนประมาณ 254,000 คนจาก 117,000 ครัวเรือน อพยพไปยังที่ปลอดภัย และทางการได้ส่งกองกำลังป้องกันตนเองเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้ เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ทางการญี่ปุ่นก็ยังเน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาในสถานที่อพยพด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่เมืองคุมาโมโตะตอนใต้จะเริ่มดีขึ้น แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักไล่ไปทางตอนเหนือของภูมิภาคคิวชู ทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้มีประกาศเพิ่มระดับการเตือนภัยระดับสูงสุด ในพื้นที่คิวชูตอนเหนือ จังหวัดนางาซากิ ซากะ และฟุกุโอกะเพิ่มเติมแล้ว สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิต มีการยืนยันแล้วอย่างน้อย 44 ราย สูญหาย 10 ราย

ต่อกันที่ข่าวที่สอง นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำให้มีการเตรียมพลาสมาสำรองไว้ สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกรณีที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง

อ่านต่อ

“วทันยา” ยังไม่แสดงความเห็นว่าเชื่อมั่น “นฤมล” นั่งแม่ทัพทีมเศรษฐกิจ พปชร. ได้หรือไม่ เพียงย้ำคนเดียวแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ แต่ต้องรับฟังปัญหาของประชาชนเป็นสำคัญและต้องเป็นธรรมด้วย

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนไม่เห็นด้วยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่จะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 44.44 ว่า เชื่อว่าหลังจากมีการปรับโครงสร้างแล้ว จะมีการระบุตัวคนที่เหมาะสมมาทำงานการในตำแหน่งต่างๆ โดยระบุว่า ส่วนตัวก็รอดูการมอบหมายตำแหน่งสำคัญเนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจน มองว่าผู้ที่จะมารับตำแหน่งจะต้องเป็นไปด้วยเสียงส่วนรวมของคนในพรรค ซึ่งหากบุคคลดังกล่าวมาจากประชาธิปไตยในพรรค ตนเอง และ ส.ส.ทั้ง 6 กลุ่มดาวฤกษ์ ก็พร้อมรู้จัก เคารพ และเชื่อว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่การทำงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ที่สำคัญ ขึ้นอยู่กับ ส.ส. ที่จะทำงานเชื่อมโยงกับประชาชนมากกว่า

ส่วนบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจในพรรคพลังประชารัฐจะต้องมีความรู้ความสามารถเท่ากับนายอุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรคและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคหรือไม่นั้น น.ส.วทันยา ย้ำว่า บุคคลเดียว ไม่สามารถสะท้อนปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง แต่คนที่เป็นแม่ทัพหลักจะต้องรับฟังปัญหาของประชาชนเป็นสำคัญที่สุดและให้ความเป็นธรรม

อ่านต่อ

ตำรวจไทยสุดยอด! เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว! ตำรวจช่วยพ่อเด็กทำคลอดให้ภรรยา เด็กหญิงลืมตาดูโลกบนรถยนต์หน้า สภ.สวนผึ้ง

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก เผยภาพเหตุการณ์ประทับใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและตำรวจราจร สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้ช่วยกันทำคลอดให้กับหญิงท้องแก่บนรถยนต์

เบื้องต้นทราบว่า สามีกำลังจะพาภรรยาที่เจ็บท้องคลอดไปโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะภรรยาทนไม่ไหว สามีจึงเลี้ยวรถเข้ามาจอดใน สภ.สวนผึ้ง ซึ่งก็มีตำรวจสายตรวจและตำรวจจราจร ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือสามีทำคลอดให้กับภรรยา

จนกระทั่งเด็กคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็นเพศหญิง สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และเจ้าหน้าที่ก็ได้โทรแจ้งหน่วยพยาบาลของโรงพยาบาลสวนผึ้งให้มารับตัว แม่และเด็ก ไปทำดูแลต่อตามขั้นตอน ซึ่งทั้งแม่และเด็กปลอดภัยดี

อ่านต่อ

นับเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงอีกครั้ง หลังจากการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ “นาธาน โอมาน” อดีตศิลปินชื่อดัง ในวัยเพียง 45 ปี หลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เนื่องจากอาการป่วยด้วยโรคโลหิตจาง และมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

สำหรับภาวะ “ติดเชื้อในกระแสเลือด” คำนี้หลายคนคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ซึ่งการติดเชื้อจะเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย ซึ่งเชื้อดังกล่าวได้แก่ จุลชีพต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส, เชื้อแบคทีเรีย, เชื้อรา จะติดเชื้อที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

นาธาน โอมาน ทางด้าน รศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดว่า เมื่อมีการติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว ร่างกายของเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้อหรือต่อพิษของเชื้อโรค ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นทั่วบริเวณของร่างกาย หากมีความรุนแรงมากอาจพัฒนาไปสู่ภาวะช็อกและทำให้การทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ ล้มเหลว มีอันตรายถึงชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ขณะที่ เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางผิวหนัง ทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินอาหาร หรือทางบาดแผล เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย โดยมีปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดนั้นมี 3 ปัจจัย ดังนี้

อ่านต่อ

เพิ่ม 5 ราย วันนี้ (6 กรกฎาคม 63) เมื่อเวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ ว่า

พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,195 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย รวมหายป่วยแล้ว 3,072 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 65 คน ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลา 42 วัน

อ่านต่อ

ยอดติด เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ทะลุ 11 ล้านรายทั่วโลกในวันศุกร์ และคร่าชีวิตผู้คนกว่าครึ่งล้านในช่วง 7 เดือนที่ไวรัสอุบัติขึ้น ด้านองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงรายปีถึง 2 เท่าตัวแล้ว

ขณะนี้หลายประเทศที่พบการระบาดหนัก เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์แบบค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความหวังว่าวัคซีนโควิดจะสามารถผลิตได้ทันเวลา บางประเทศพบการกลับมาระบาดซ้ำ จนต้องกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าจะได้เห็นมาตรการเหล่านี้ต่อไปจนถึงปีหน้า

อ่านต่อ

อย่างนี้ก็ได้เหรอ? ลีน่าจัง แจงปมเดือดด่ากราดตำรวจล็อกล้อ เห็นตำรวจหล่อเลยไลฟ์เพื่อจะได้ดัง

เมื่อวันที่ (3 กรกฎาคม 63) กลายเป็นคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ไปทั่วออนไลน์ หลังจากลีน่าจัง หรือ ลีนา จังจรรยา นักธุรกิจ ทนายความ และอดีตหัวหน้าพรรคมหาประชาชน ไลฟ์สดด่ากราดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรรายหนึ่ง เนื่องจากจากถูกเจ้าหน้าที่ล็อกล้อรถหลังจอดรถกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางแค่ 5 นาทีเท่านั้น

ในคลิปดังกล่าวตำรวจบอกให้ลีน่าจังใจเย็นๆ แต่กลับถูกลีน่าจังด่ากราดและถามว่า “มึงชื่ออะไร ชื่ออะไร มึงชื่ออะไร กูถามว่าชื่ออะไร” และสั่งให้ตำรวจไปล็อกล้อรถคันอื่นๆ ที่จอดใกล้กับรถตนให้หมด ไม่เช่นนั้นตนในฐานะทนายความจะฟ้องเพราะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

อ่านต่อ