เปิดใจ “สัปเหร่อ” ทีมงานด่านสุดท้ายในวิกฤตโควิด-19

เปิดใจ “สัปเหร่อ” ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เช่นเดียวกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงขึ้นมากจนน่าสลดใจ เรียกได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤตโรคระบาด” ที่รุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่ง ในขณะที่หลายหน่วยงานกำลังเร่งมือทำงานเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนเอาไว้ ก็มีประชาชนอีกมากมายที่ต้องจบชีวิตลงเพราะเชื้อไวรัสร้าย แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะสถานที่รองรับศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับมีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากความกังวลเรื่องการแพร่กระจายของโรค

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนต่อการจัดการศพ ก็ยังมีกลุ่ม “ผู้ควบคุมการเดินทางข้ามมิติ” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สัปเหร่อ” ที่ยังคงทุ่มเทกำลังที่มีอยู่ ทำหน้าที่ส่งผู้ถูกโรคร้ายพรากลมหายใจออกเดินทางเป็นครั้งสุดท้าย และต่อไปนี้ คือเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จากปากคำของสัปเหร่อและพระสงฆ์ ทีมงานด่านสุดท้ายในวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้

สถานการณ์หน้างาน
จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในการจัดการศพมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “การประกอบพิธีเผาศพ” ซึ่งถือเป็นความเชื่อของคนส่วนใหญ่ในสังคม

“ตั้งแต่เดือนที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็เป็นศพที่ 47 แล้ว จริง ๆ วันนี้จะมาอีกทั้งหมด 5 ศพ แต่เรารับไม่ไหว รับได้แค่ 2 ศพ เพราะเตาของเราเก่า โรงพยาบาลก็ต้องหาวัดใหม่ให้กับเขา” นายสุรเสก เนื่องน้อย หรือ “น้าต๋อย” สัปเหร่อประจำวัดสุทธาวาส (ใหม่ตาสุด) เล่าผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงหน็ดเหนื่อย หลังจากนำศพสุดท้ายของวันใส่เข้าเตาเผาไป

เช่นเดียวกับพระสมุห์บุญเกิด ฐานุตตโร เจ้าอาวาสวัดบางม่วง จังหวัดนนทบุรี ที่ประกาศพร้อมเป็นที่พึ่งในยามยากให้กับประชาชนและจะทำพิธีเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 ฟรี ก็เล่าว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วัดบางม่วงรับเผาศพผู้ติดเชื้อประมาณวันละ 5-8 ศพ จนตอนนี้เตาเผาสำรองของทางวัดได้ชำรุดไป ต้องทำเรื่องขอเตาสำรองมาเพิ่มอีกเตาหนึ่ง เนื่องจากศพมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ทางวัดก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ว่าการเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะไม่ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปสู่ชุมชน

การจัดการศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเป็นกังวล อย่างไรก็ตาม ในคู่มือ “แนวทางการจัดการศพติดเชื้อหรือสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับปรับปรุงใหม่” ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ระบุว่า ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 จากศพสู่คน แต่ผู้ปฏิบัติงานในการจัดการศพมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ตาย นอกจากนี้ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่สามารถแพร่กระจายในควันที่เกิดจากการเผาศพได้ และการเก็บเถ้ากระดูกก็สามารถทำได้ตามปกติ เนื่องจากเชื้อไวรัสถูกทำลายลงด้วยอุณหภูมิที่สูงไปหมดแล้ว

แม้ใจกลัว แต่ตัวต้องทำ
“อาตมาคุยกันก่อนเลย ตกลงกันว่าใครมีความสมัครใจ ใจเต็มร้อยไปหลวงพ่อก็มา ใครไม่เต็มร้อยก็ไม่ต้องออกมา วัดของหลวงพ่อใจเต็มร้อย อาตมาก็บอกลูกวัด ให้กำลังใจลูกวัด ว่าเราจะสู้กันแค่หมดลม หลวงพ่อสู้แค่หมดลม” พระสมุห์บุญเกิดกล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคโควิด-19 สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ที่ทำหน้าที่จัดการศพของผู้ติดเชื้อ ซึ่งน้าต๋อยก็ยอมรับว่า เขาเองก็กลัวเหมือนกัน แต่ในท้ายที่สุดมันก็คืออาชีพที่เขาทำอยู่ หากน้าต๋อยไม่เผา ก็คงไม่มีใครยอมจะเปิดเตาเผาศพให้

“ผมสงสารเขา เขาหาวัดลงไม่ได้ บางคนไม่มีเงินถึงขนาดว่าต้องหอบกันออกไปนอกเมือง ถ้าไปวัดหลวงก็มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างที่วัดนี้ (วัดสุทธาวาส) ใครมีกำลังช่วยค่าน้ำมันได้ก็ช่วย แล้วเรามีพระสวดให้สี่องค์ ก็แล้วแต่จะใส่ทำบุญให้ท่านไป ส่วนผม ถ้าไม่มีผมก็ไม่เอา ผมเป็นแบบนี้แหละ ตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้” น้าต๋อยเล่า

แม้จะเป็นคนไม่รู้หนังสือ แต่น้าต๋อยก็พยายามศึกษาและหาวิธีการป้องกันตัวเองให้มากที่สุด เช่น เอาเสื้อกันฝนมาใส่ หรือใช้ผงซักฟอกผสมกับผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ แล้วใช้ถูศาลาเพื่อฆ่าเชื้อ เป็นต้น

นายกฯ กำชับหน่วยฉีดวัคซีน เข้มมาตรการเว้นระยะห่าง

นายก รัฐมนตรี กำชับหน่วยฉีดวัคซีนโควิด-19 เข้มงวดมาตรการเว้นระยะห่างประชาชนผู้รับบริการ เผยยอดฉีดวัคซีนในไทยสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานภาพข่าวที่มีประชาชนจำนวนมากไปรอฉีดวัคซีน ณ จุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลบางแห่งและไม่มีการเว้นระยะห่าง และมีการชี้แจงของผู้ดูแลพื้นที่ในเวลาต่อมาว่าเกิดจากประชาชนมา ณ จุดบริการก่อนเวลานัดหมาย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีข้อห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงกำชับให้หน่วยให้บริการแต่ละหน่วยเพิ่มความระมัดระวังเรื่องของการจัดคิวและให้ข้อมูลเวลารับวัคซีนแก่ประชาชนที่ชัดเจน รวมถึงมีมาตรการจัดการในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด

ทั้งนี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนไทยทั่วประเทศ ณ วันที่ 17 ก.ค. 2564 รวมอยู่ที่ 14.13 ล้านโดส ซึ่งจากข้อมูลที่รวบรวมโดยกระทรวงการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) พบว่าเป็นปริมาณการฉีดวัคซีนที่สูงเป็นอันดับ2 ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากอินโดนีเซียที่มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 57.48 ล้านโดส ขณะที่ฟิลิปปินส์ฉีดวัคซีนแล้ว 14.07 ล้านโดส มาเลเซีย 13.62 ล้านโดส กัมพูชา 9.67 ล้านโดส เป็นลำดับที่ 3-5 ในอาเซียน ตามลำดับ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเร่งจัดหาวัคซีนโควิด-19 ที่เพียงพอ ทั้งในส่วนที่รัฐบาลจัดหากเพื่อฉีดให้ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและวัคซีนทางเลือก โดยให้จัดหาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 100 ล้านโดสในปี 2564 รวมถึงเป้าหมายปี 2565 ตามมติของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่ได้เห็นชอบให้ปรับกรอบการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เป็น 120 ล้านโดส

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากการจัดหาจากผู้ผลิตต่างประเทศแล้ว วัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาในประเทศจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงวัคซีนอย่างครอบคลุม โดยสถานบันวัคซีนแห่งชาติได้รายงานข้อมูลล่าสุดว่า การการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในไทยมีความคืบหน้าไปมาก บางชนิดเข้าสู่เฟสการทดลองในคนแล้ว โดยคาดว่าวัคซีนที่พัฒนาในประเทศจะสามารถนำมาใช้ในประเทศได้ในปี 2565

สำหรับวัคซีนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยขณะนี้มี 3 ชนิด คือ 1.วัคซีนชนิดชนิด mRNA CU-Cov19 พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบในคน 2.วัคซีนชนิดเชื้อตาย HXP-GPOVac ที่พัฒนาโดย องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบัน PATH สหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการทดสอบในคน และ 3.วัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax1 เป็นวัคซีนที่พัฒนาจากใบพืชตระกูลยาสูบ พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านขั้นตอนการทดลองในสัตว์ทดลองแล้วเตรียมการเข้าสู่การทดลองในคน

เปิดใจ หนุ่มสักหน้าผาก "เจ็บเพราะรักสักเพราะแค้น" เผยเบื้องหลังที่มารอยสัก

เปิดใจ เจอตัวแล้ว หนุ่มสัก “เจ็บเพราะรักสักเพราะแค้น” ไว้กลางหน้าผาก เผยที่สักไม่ได้จะไปตามล้างแค้น แต่เอาไว้เตือนใจกับความทุ่มเทในความรักของตนเองที่ผ่านมา

จากกรณีที่มีผู้ใช้แอปพลิเคชั่น TikTok @joetattookk หรือ ช่างโจ ช่างสักลายได้แชร์ภาพรอยสักของลูกค้าชายท่านหนึ่งสักข้อความ ว่า “เจ็บเพราะรักสักเพราะแค้น” ซึ่งบริเวณที่สักนั้นเป็นบริเวณกลางหน้าผาก

เปิดใจ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ก.ค.) นายปัณณธร อายุ 20 ปี ผู้สักลายดังกล่าว เปิดเผยว่า ข้อความที่สักไว้บนหน้าผากเกิดจาก ตนเองกับแฟนได้เลิกลากันหลังจากคบกันมา 5 เดือน ซึ่งการสักครั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความถึงแฟนคนนี้คนเดียว แต่หมายถึงความรักทั้งหมดที่ตัวเองเคยทุ่มเทมากับทุกๆ คน เอาไว้เตือนใจว่าจะได้ไม่ทุ่มเทความรักให้ใครอีก จึงตัดสินใจมาสักลายที่ร้านของช่างโจ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นก็ทราบว่าช่างโจได้นำภาพการสักของตนเองไปลงในแอปพลิเคชั่น TikTok จนมีกระแสต่างๆ ซึ่งตนเองมองว่าเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล เพราะเป็นร่างกายของเรา และก่อนที่จะเดินทางสักนั้นได้ขออนุญาตพ่อกับแม่แล้ว ซึ่งท่านก็อนุญาตแต่ไม่ได้ถึงกับสนับสนุนให้สักลาย อีกทั้งตนเองมองว่าสักแล้วไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร

ซึ่งคำว่า “เจ็บเพราะรักสักเพราะแค้น” ไม่ได้หมายความว่าจะไปตามล้างแค้น หรือทำร้ายแฟนเก่า ซึ่งหลังจากสักไว้ที่หน้าผาก ก็ได้มีเพื่อนๆ เข้ามาสอบถามถึงที่มา และถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่สักไว้บนหน้าผากแบบนี้ ตนเองก็บอกว่าแน่ใจแล้ว อนาคตจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ว่าวันนี้รีบสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บเงินเปิดร้านเล็กๆ ของตัวเอง และมองว่าความสำเร็จของคนเราไม่ได้อยู่ที่รอยสัก

ขณะที่ นายศราวุธ สุดชาวงศ์ หรือ ช่างโจ อายุ 34 ปี เจ้าของร้านสักลายในเขตเทศบาลเมืองศิลา อ.เมือง ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากที่ลงคลิปการสักให้กับลูกค้ารายนี้ในแอปพลิเคชั่น TikTok ปรากฏว่ามีคนเข้ามาชมขณะนี้กว่า 1 ล้านวิวแล้ว ซึ่งตนไม่คาดคิดว่าจะมีคนสนใจคลิปมากมายขนาดนี้

ช่างโจ ยังเปิดเผยว่า ลูกค้าหนุ่มรายนี้เป็นลูกค้าที่มาสักลายเป็นประจำ รวมถึงมีการเข้ามาซื้ออุปกรณ์สักลายที่นี่ด้วย ก่อนหน้าที่จะเข้ามาสักข้อความดังกล่าว ได้พูดคุยกันทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตนเองก็ได้ถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะสักไว้บริเวณหน้าผาก ลูกค้าก็ตอบว่าแน่ใจแล้ว

ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกค้าคิดอีกคำนึงไว้คือคำว่า “รู้ทีหลังผิดหวังเสมอ” แต่ได้เปลี่ยนใจก่อนมาสัก 1 วัน เป็นคำว่า “เจ็บเพราะรักสักเพราะแค้น” ตนเองจึงสักลายนี้ให้ โดยใช้เวลาในการสักประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ และได้ถ่ายภาพและคลิปไว้ก่อนจะนำไปลงในสื่อโซเชียล

เจ้าของร้านยังเผยอีกว่า ปกติลูกค้าก็มาสักลายบริเวณหน้า แต่จะสักชื่อพ่อแม่หรือชื่อแฟน ซึ่งก็ถือว่าไม่เป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะเป็นความชอบส่วนบุคคล และรอยสักนี้ก็ลบได้

ก่อนหน้านี้ คลิปของช่างโจยังเคยโด่งดัง และมีผู้ชมกว่า 1 ล้าน 7 แสนวิว ใน TikTok โดยเป็นคลิปที่มีการสักข้อความการอุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาล

รัฐบาลเวียดนามเตรียมฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ "แอสตร้าฯ+ไฟเซอร์" มั่นใจประสิทธิภาพสูง

รัฐบาล เวียดนาม ประกาศเตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มแรก

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 แถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่า รัฐบาล จะจัดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มแรกในช่วง 8-12 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในขณะนี้เวียดนามได้ฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 4 ล้านโดส และยังมีพลเมืองไม่ถึง 3 แสนคน ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนซิโนฟาร์มและแอสตร้า เซนเนก้า

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 องค์การอนามัยโลกได้แสดงความไม่เห็นด้วยเรื่องการฉีดวัคซีนสลับกัน พร้อมกล่าวว่า อาจเกิดอันตรายเนื่องจากยังมีผลวิจัยเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการฉีดวัคซีนสลับสูตรกันไม่เพียงพอ

แม้จะมีความกังวลเรื่องการเกิดลิ่มเลือดและภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แต่ในขณะนี้มีผลการศึกษาเบื้องต้นในสเปนพบว่า การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าคู่กับวัคซีนไฟเซอร์ให้ประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศอย่าง แคนาดา สเปน และเกาหลีใต้ ได้อนุมัติการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อกันได้แล้ว

สถานการณ์โควิดในเวียดนามล่าสุด มีการแพร่ระบาดอย่างหนักในเมืองโฮจิมินห์นับตั้งแต่เข้าเดือนกรกฎาคม พบผู้ติดเชื้อใหม่ราว 2,000 รายต่อวัน โดยมีการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมสถานการณ์แล้วเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 และในขณะนี้เวียดนามกำลังเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชน

ชายแดนตากตามรอยจับ 11 ต่างด้าว ฉวยโอกาสฝนตกหนัก เดินเท้าหวังเข้าเชียงใหม่-กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ ชายแดน ตากตามรอยจับ 11 ต่างด้าว ฉวยโอกาสฝนตกหนักนึกว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ทำงาน เดินเท้าหวังเข้าเชียงใหม่-กรุงเทพฯ

(12 ก.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่ระมาด จ.ตาก ว่า ชุดปฎิบัติการลาดตะเวนระยะไกลบ้านเลอตอ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ทำการลาดตะเวนในพื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้านบ้านเลอตอ หมู่ที่ 13 ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด ท่ามกลางฝนตกหนักพบว่ามีร่องรอยการเดินเท้าจำนวนมาก จึงกระจายกำลังติดตาม พบใกล้เข้าไปพบกลุ่มคนจำนวนหนึ่งวกำลังส่องไฟฉายไปมาในป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการควบคุม พบแรงงานต่างด้าวพร้อมสัมภาระเดินเท้าจำนวน 11 คน เป็นผู้ใหญ่ 10 และเด็กอีก 1 คน จึงทำการควบคุมตัวมายังฐานเพื่อทำการสอบสวนตรวจสอบและตรวจวัดไข้

จากสอบสวนทราบว่าแรงงานทั้งหมด ได้รับแจ้งข่าวจากหน้าค้าแรงงานบอกมาว่า ให้แรงงานทั้งหมด 11 คน รวมทั้งเด็ก ฉวยโอกาสตอนที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงนี้ ลักลอบเข้าเมือง เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องพักผ่อน และ ไม่ออกมาจับกุมอย่างแน่นอน จึงวางแผนออกเดินเท้าจากเขต อ.ท่าสองยาง ใช้เส้นทางเข้าป่า เดินเท้ากำลังจะผ่านหมู่บ้านเลอตอใกล้โครงการหลวงเลอตอ อ.แม่ระมาด แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ สำหรับแรงงานกลุ่มนี้จะไปยังพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และจะเดินทางไปยัง กทม.

หลังจากสอบสวนได้นำทั้ง 11 คน ไปทำการกักตัวที่ศูนย์กักกันชั่วคราว ในเขต อ.แม่ระมาด แลบะเตรียมผลักดันกลับประเทศต่อไป

สุดสงสาร "ฏู่" ตัวเงินตัวทองถูกรถชนกะโหลกแตก ชาวเน็ตส่งกำลังใจให้ล้นหลาม

สุดสงสาร เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสัตว์พนาลัย – Panalai Veterinary Hospital ได้เปิดเผยเคสฉุกเฉิน เมื่อป่อเต็กตึ๊งหิ้วผ้าห่อศพขึ้นมาพบหมอ ภายในห่อพบ เหี้ย หรือ ตัวเงินตัวทอง ตัวใหญ่เบิ้ม ชื่อฏู่ โดนรถทับหัวอาการโคม่า โดยทีมสัตวแพทย์ ได้ทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อประเมินความเสียหายของโหลก ซี่โครงและปอด หลังโดนรถทับ

ล่าสุด (11 ก.ค.64) ทางโรงพยาบาลเปิดเผยอาการ ระบุว่า “อัพเดต เหี้ยฏู่”

“ตอนนี้ เราพบตำแหน่งที่กระโหลกแตกแล้ว ราวๆ 4 จุด หลังจากทำ ct scan แต่ที่น่ากังวลคือ เส้นเลือดใหญ่บริเวณลิ้นฉีกขาดหนักมาก ทำให้ฏู่เสียเลือดมหาศาล (จริงๆนะ) ทีมแพทย์ก็รีบให้น้ำเกลือ ยาห้ามเลือด และยาปฏิชีวนะ เพื่อความคุมสถานการณ์ให้ได้ ตอนนี้ เพลียเหี้ยฏู่ หนักมากกกกก #กองทุนสัตว์ป่วยช่วยด้วย #โรงพยาบาลสัตว์พนาลัย ”

ซึ่งชาวเน็ตต่างเข้าไปให้กำลังใจเจ้าฏู่ ขอให้หายไวๆ โดยสามารถร่วมสมทบทุนช่วยฏู่และเหล่าสัตว์ร่วมโลก ผ่านกองทุนสัตว์ป่วยช่วยด้วย ของโรงพยาบาลสัตว์พนาลัย

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ติดโควิด-19 หลังฉีดแอสตร้าฯ ไปแล้ว 1 เข็ม บอกจะรีบแจงไทม์ไลน์โดยด่วน

10 ก.ค. 2564 นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ติดเชื้อโควิด-19 โดยระบุข้อความว่า

ผมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา 1 เข็ม

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 64 ไปตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ได้รับแจ้งเมื่อสักครู่นี้ว่า ผลตรวจเป็นบวก ติดเชื้อ

ขออภัยและส่งความห่วงใยทุกท่านอย่างยิ่งที่พบปะกันในช่วงระยะนี้

ไทม์ไลน์จะ เรียบเรียง แล้วแจ้งอีกครั้งจากนี้จะติดต่อเข้ารับการรักษาตามกระบวนการต่อไปครับ

ผู้ว่าฯ เผยกำจัดสารเคมีโรงงานหมิงตี้ได้ 80% แล้ว คนที่อยู่ในรัศมีเกิน 1 กม. กลับเข้าบ้านได้

ความคืบหน้าการกำจัดจัด สารเคมี โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ดำเนินการได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร ขอให้อยู่ศูนย์อพยพไปก่อน ที่เหลือกลับบ้านได้

(7 ก.ค.64) เมื่อเวลา 20.30 น. ที่บริเวณหน้าบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล ที่ถัง สารเคมี เกิดระเบิด ทำให้มีบ้านเรือนประชาชนและโรงงานได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายณัฐธัญ ละอองทอง ผจก.ส่วนปฏิบัติการบริหารภาวะฉุกเฉิน กลุ่ม บริษัท ปตท. และ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการกำจัดสารเคมีที่เกิดการรั่วไหลจนเกิดระเบิดและเพลิงลุกไหม้

นายวันชัย คงเกษม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ สำหรับการคลี่คลายสถานการณ์ คืบหน้าไปมาก โดยวันนี้ได้ประชุมกับผู้ชำนาญการจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน จนได้ข้อสรุปว่า ตอนนี้ปัญหามีอยู่สองส่วน คือสารเคมีที่อยู่ในถัง กับสารเคมีที่อยู่นอกถัง และได้มีการดำเนินการสารเคมีที่อยู่ในถังซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินการทุกอย่าง ด้วยการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนได้ร่วมมือกันทำงาน และจะมาดูงานในตอนเช้าว่าระยะเวลาผ่านไปแล้วเป็นอย่างไร

ส่วนในเรื่องพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 1 กิโลเมตร ห่างจากจุดเกิดเหตุ ก็ต้องพิจารณาตาความเหมาะสม เมื่อเราจัดทำแผนได้ดีก็จะมาพิจารณากันอีกครั้งเนื่องจากต้องเอาสารเคมีออกเพื่อไปกำจัด เพื่อให้มีความปลอดภัย ก็จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนกลับสู่ที่พักได้ แต่ส่วนที่อยู่ด้านนอกออกไปนั้นเคลียร์พื้นที่แล้วไม่มีปัญหา ก็ยังคงเหลือจุดที่ประชาชนอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรเท่านั้นที่ยังขอให้อยู่ที่ศูนย์อพยพไปก่อน ส่วนบ้านเรือนบางหลังที่มีความเสียหายไม่มากอาจจะซ่อมแซมไปก่อนแล้วเก็บภาพเพื่อมาเคลมในภายหลัง แต่ต้องเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น

นายณัฐธัญ ละอองทอง ผจก.ส่วนปฏิบัติการบริหารภาวะฉุกเฉิน กลุ่ม บริษัท ปตท. กล่าวว่า ในพื้นที่ภายนอกได้ใช้สารเคมีฉีดพ่นไป เพื่อมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นแล้วในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งคาดว่าคืนนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ 100 เปอร์เซ็น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ นำสารเคมีอีกตัวหนึ่ง เอาไปใส่ในถังเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดปฏิกิริยา หรือเรียกว่าสาร DEHA หรือ D5 ซึ่งสารตัวนี้จะทำหน้าที่ทำให้สารเคมีที่อยู่ในถังไม่เกิดความร้อน ก็หมายถึงว่ามันไม่ระเบิดนั่นเอง

พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ในเรื่องของความเสียหายนั้นก็ถือเป็นสิทธิของผู้เสียหายที่จะฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเรียกผู้เสียหาย กับผู้ที่จะต้องมารับผิดชอบมาเจรจาในเรื่องค่าเสียหายกัน ส่วนในเรื่องคดี ก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องหาว่าสาเหตุเกิดจากความประมาทของใคร ดังนั้นพี่น้องประชาชนไม่ต้องวิตก เบื้องต้นให้ท่านถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายไว้ แต่ถ้ามีเหตุที่จะต้องซ่อมแซมในทันที อย่างนี้ก็ให้ดำเนินการซ่อมได้เลยก็ให้ถ่ายภาพไว้ว่าซ่อมแซมอะไรไปเท่าไหร่ รวมทั้งเก็บใบเสร็จไว้ด้วย เพื่อจะได้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องต่อไป

หมอไม่ทน-ภาคีบุคลากรฯ แต่งดำบุกสภา เรียกร้องรัฐบาลนำเข้าวัคซีน mRNA โดยเร็ว

“ภาคีบุคลากรสาธารณสุข” และ “หมอไม่ทน” ยื่นหนังสือต่อประธานสภา คณะกรรมาธิการสาธารณสุข พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เรียกร้องให้รัฐบาลนำเข้าวัคซีนชนิด mRNA โดยเร็วที่สุด

วันนี้ (7 ก.ค.) ภาคีบุคลากรสาธารณสุข และ กลุ่มหมอไม่ทน เข้ายื่นจดหมายข้อเรียกร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับ พร้อมยื่นจดหมายข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ด้วย

โดยกลุ่มหมอไม่ทนได้รวบรวมรายชื่อกว่า 215,409 รายชื่อ จากทั้งภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรวมถึงองค์การเภสัชกรรมพิจารณาตามข้อเสนอดังนี้

เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนชนิด mRNA โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับที่สุด เพราะวัคซีนชนิด mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ และลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้
เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอและตรวจสอบได้

ด้านตัวแทนคณะกรรมาธิการสาธารณสุข กล่าวว่า ยินดีที่จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวไปต่อยอด กระตุ้นเร่งรัดการจัดหาวัคซีนกับรัฐบาลต่อไป

ขณะที่ ตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล กล่าวว่า ต้องเตือนรัฐบาลว่า ไม่ควรบริหารงานแบบเฉพาะหน้า และควรเร่งจัดสรรวัคซีนชนิด mRNA เข้ามาให้ทันท่วงที

ด้านตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ยืนยันว่า เสียงของรายชื่อที่ได้รวบรวมมามีค่า นอกเหนือจากข้อเรียกร้องที่เสนอมา คือ การติดตามจนกว่าวัคซีน mRNA จะมาถึงไทย และตรวจสอบการจัดเก็บวัคซีนว่าเพียงพอหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ดูแลบุคลากรทางการแพทย์เช่นเดียวกับดูแลทหาร

ห้ามโดนฝน! ไฟไหม้โรงงานปะทุอีกรอบ ยันไม่ใช่ฝนกรด แต่มีสารเคมีอันตราย

ห้ามโดนฝน! ไฟไหม้โรงงานปะทุอีกรอบ ยันไม่ใช่ฝนกรด แต่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและทางเดินหายใจ

(6 ก.ค.64) จากกรณีเพลิงไหม้ที่โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีรายงานว่าไฟได้ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. โดยมีควันดำจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างหนักในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงกลางสายฝนจนสามารถดับไฟได้เมื่อเวลา 17.40 น. มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย

ห้ามโดนฝน! ไฟปะทุอีก! ควันพวยพุ่งจากโรงงานกิ่งแก้ว ขณะฝนตกหนัก
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า หากฝนตกจะเกิดผลดีต่อสภาพอากาศรอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นการกำจัดมลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศและส่งผลให้อุณหภูมิบริเวณจุดระเบิดเย็นลง แต่กลับกันจะส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติโดยรอบ เพราะสารเคมีที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมเพลิงจะไหลลงสู่แหล่งน้ำ จึงขอเตือนประชาชนว่าภายในระยะเวลา 1-2 วัน งดการสัมผัสฝน และแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง แต่ยืนยันว่าฝนที่ตกลงมาไม่ใช่ฝนกรดอย่างแน่นอน

อนึ่ง ฝนกรด (acid rain) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันเกิดเนื่องมาจากมลภาวะทางอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดมาจากการกระบวนการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมทั่วไปของมนุษย์ โดยฝนกรดเป็นผลมาจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ โดยก๊าซทั้งสองชนิดนี้มักจะเกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ก๊าซทั้งสองชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับน้ำ และสารเคมีอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศเพื่อก่อให้เกิดกรดซัลฟิวริก ,กรดไนตริก และสารมลพิษอื่น ๆ ก๊าซเหล่านี้มักจะทำปฏิกิริยากับสารเคมีจะส่งผลทำให้อากาศอบอ้าวอากาศร้อนชื้นทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ เมื่อไปโดนกับออกซิเจนอาจถูกกระแสลมพัดพาไปหลายร้อยกิโลเมตร และมักจะกลับสู่พื้นโลกโดยฝน หิมะ หมอก หรือแม้แต่ในรูปฝุ่นผงละออง

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สารเคมีที่ทำให้เกิดควันพิษจากไฟไหม้โรงงานผลิตพลาสติก คือ สารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว สามารถกลายเป็นไอระเหยและลุกติดไฟได้ และพิษจากสารเคมีอื่นๆ ที่เกิดจากการเผาไหม้สไตรีน ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ควันดำหรือฝุ่น PM10 และ PM2.5

ถ้าสูดดมเข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ มึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และมึนเมา หากได้รับสารพิษปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการหมดสติและเสียชีวิตได้ หรือถ้าสัมผัสถูกผิวหนัง จะรู้สึกระคายเคืองผิว ทำให้ผิวแดง แห้ง และแตก ซึ่งสารสไตรีนโมโนเมอร์ยังเป็นสารที่อาจก่อให้เป็นมะเร็งได้

สำหรับหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสัมผัสกับควันพิษ ดังนี้

หากโดนผิวหนัง ให้ล้างบริเวณที่ถูกสารเคมีโดยใช้น้ำสะอาดล้างให้มากที่สุดเพื่อให้เจือจาง ถ้าสารเคมีถูกเสื้อผ้าให้ถอดเสื้อผ้าออกก่อน
หากเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที โดยเปิดเปลือกตาขึ้นให้ไหลผ่านตาอย่างน้อย 15 นาที แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
หากการสูดดมควันพิษเข้าไป ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์หรือมีอากาศถ่ายเท และทำการประเมินการหายใจ หรือการเต้นของหัวใจ
ถ้าชีพจรอ่อนให้ทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต หรือ CPR และแจ้งไปที่เบอร์สายด่วนศูนย์แพทย์ฉุกเฉิน โทร. 1669